ในยุคที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด อุตสาหกรรมไอทียังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมระดับโลก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้ว่าอุตสาหกรรมจะมีความสำคัญเพียงใด แต่จำนวนผู้เชี่ยวชาญในสายงานนี้ ก็ยังมีไม่มากพอกับความต้องการ ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนบุคลากรทางเทคโนโลยีทั่วโลก อาจนำไปสู่ผลกระทบรุนแรงต่อทุกภาคส่วน
ทุก 39 วินาที จะเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ขึ้นหนึ่งครั้ง ตัวเลขสถิติภัยคุกคามไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจในทุกปี ภาคธุรกิจกลายเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตี เพราะความชะล้าใจกับการปลูกฝังความตระหนักความปลอดภัย เพื่อการป้องกันความเสียหาย หลายองค์กรให้ความสำคัญในการป้องกันปัญหาที่มองไม่เห็นนี้ ส่งผลให้ความต้องการในตัวบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก จึงเป็นพันธกิจของ EC-Council ในการสร้างบุคลากรที่มีมาตรฐานเพื่อการยกระดับในอุตสาหกรรมโดยรวม
ใบรับรอง CCNA หรือ Cisco Certified Network Associate ซึ่งเป็นใบรับรองจาก Cisco ที่มุ่งเน้นด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีระบบเครือข่าย โดยผู้ที่ผ่านการสอบ CCNA จะมีความรู้ในการติดตั้ง การตั้งค่า และการแก้ไขปัญหาเครือข่ายเบื้องต้น รวมถึงการทำงานกับเทคโนโลยี IP, การรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อระยะไกล (routing & switching) ผู้ถือใบรับรองต้องผ่านการสอบ 200-301 CCNA โดยต้องอาศัยการเตรียมตัว พื้นฐานความรู้ ตลอดจนการใช้ประสบการณ์จากการทำงาน เพื่อให้ผ่านการทดสอบนี้
Information Security หรือการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสินทรัพย์ หมายถึง การกระทำเพื่อการปกป้องสินทรัพย์ให้มีความสมบูรณ์ และไม่ให้ถูกเข้าถึงโดยผู้ไม่ได้รับอนุญาต มีการใช้เครื่องมือและความรู้หลายด้าน อาทิ การบริหารจัดการ การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ ตลอดจนในความรู้ทางเทคนิค อาทิ การเข้ารหัส การให้สิทธิ์การเข้าถึง ไฟร์วอลล์ ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส และการสำรองข้อมูล
Project management หรือ ทักษะการจัดการโครงการ หมายถึง ระบบความคิดเพื่อการวางแผน จัดการ และควบคุมการทำงานในโปรเจกต์อย่างรอบด้าน เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ตามกรอบเวลาที่กำหนด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่วางไว้ เชื่อกันว่าระบบความคิดนี้ อยู่ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติมาช้านาน โดยอาจย้อนกลับไปได้ถึง 4,600 ปีที่แล้ว กับเหตุการณ์การสร้างพีระมิด ในการเคลื่อนย้ายหินน้ำหนักรวมหลายล้านตัน ต้องมีการวางแผน การบริหารทรัพยากร การสื่อสาร และการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ จึงจะเกิดผลสำเร็จ ถึงแม้ในช่วงเวลานั้น ไม่มีการระบุชื่อเรียกหลักแนวคิดชัดเจน แต่รูปแบบการทำงาน มีความคล้ายคลึงอย่างมาก
แม้เราจะไม่รู้ตัว แต่ Data Center ได้กลายเป็นอีกส่วนหนึ่งในชีวิต เมื่อมีการเรียกใช้งานข้อมูล ที่ผ่านจากโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ข้อมูลเหล่านี้ ก็มาจากสถานที่จัดเก็บอย่าง Data Center โดยในข้อมูลจำนวนมหาศาลนี้ มีข้อมูลที่จำเป็นต่อทุกช่วงชีวิตของเราด้วย อาทิ ข้อมูลด้านสุขภาพ การศึกษา การเงิน หรือภาครัฐ ยิ่งในปัจจุบัน ที่ความต้องการเรียกใช้เทคโนโลยีอย่าง AI และ Cloud Computing มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ความต้องการใช้ทรัพยากรสูงขึ้นตามไปด้วย

