Blogs

CompTIA Certification Roadmap

Infrastructure | Cybersecurity | Data & AI

CompTIA Certification Roadmap:
ควรเริ่มจากใบไหน และต่อยอดสู่สาย IT ใดได้บ้าง

รายชื่อใบรับรอง CompTIA อาจดูเหมือนบันไดยาวที่ต้องไต่ทีละขั้น ตั้งแต่ Tech+, A+, Network+ และ Security+ ไปจนถึง CloudNetX, SecurityX และ DataAI ความจริงคือ แต่ละคนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากจุดเดียวกัน หรือสอบทุกใบตามลำดับเดียวกัน

ผู้ที่เพิ่งสนใจสาย IT อาจต้องการเห็นภาพรวมของเทคโนโลยีก่อนตัดสินใจเลือกสาย ขณะที่คนทำงาน IT Support อยู่แล้วอาจพร้อมขยับไปสู่ Network, Infrastructure หรือ Cybersecurity ได้ทันที ส่วนผู้มีประสบการณ์มากขึ้นอาจกำลังวางเส้นทางไปยัง Cloud, Data หรือบทบาทระดับ Architect

จุดเริ่มต้นที่เหมาะจึงควรพิจารณาจาก 3 เรื่องร่วมกัน ได้แก่

  • พื้นฐานและประสบการณ์ที่มีอยู่
  • งานและระบบที่รับผิดชอบในปัจจุบัน
  • ทักษะที่ต้องเติมสำหรับบทบาทถัดไป

บทความนี้จะพาไล่เส้นทางตั้งแต่ Core IT Foundation ไปจนถึง 3 สายเฉพาะทาง ได้แก่ Infrastructure, Cybersecurity และ Data & AI พร้อม Project Skills สำหรับผู้ที่ต้องวางแผน ประสานงาน และขับเคลื่อนงาน IT ร่วมกับหลายฝ่าย

CompTIA คืออะไร และเหมาะกับใคร?

CompTIA เป็นองค์กรที่พัฒนาใบรับรองทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในลักษณะ Vendor-Neutral โดยเน้นแนวคิดและทักษะที่สามารถประยุกต์ใช้ข้ามผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มได้ ตัวอย่างเช่น การเรียนรู้ Network ผ่าน CompTIA Network+ ไม่ได้จำกัดอยู่กับอุปกรณ์ของผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง ส่วน Cloud+ ช่วยวางความเข้าใจด้านการติดตั้ง บริหาร รักษาความปลอดภัย และแก้ปัญหา Cloud Infrastructure ในบริบทที่มีทั้ง Public, Private และ Hybrid Cloud รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ใช้บริการจากหลายแพลตฟอร์ม

แนวทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการมองเห็นความเชื่อมโยงของระบบในภาพรวม ก่อนนำความรู้ไปต่อยอดกับเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ที่องค์กรใช้งานจริง

ใบรับรองยังสามารถใช้เป็นหมุดหมายในการจัดระบบความรู้ วางแผนเปลี่ยนบทบาท และออกแบบ Training Roadmap สำหรับทีมได้ อย่างไรก็ตาม ใบรับรองเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแทนประสบการณ์จากหน้างานได้ทั้งหมด การฝึกปฏิบัติ การแก้ปัญหาจริง และความเข้าใจบริบทของระบบยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องพัฒนาควบคู่กัน


ดูภาพรวมก่อนเลือกเส้นทาง

ตารางนี้ช่วยเชื่อมเป้าหมายเบื้องต้นกับใบรับรองที่น่าพิจารณา โดยไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องสอบตามลำดับเดียวกัน ผู้ที่มีพื้นฐานหรือประสบการณ์อยู่แล้วสามารถเลือกจุดเริ่มต้นให้สัมพันธ์กับงานที่รับผิดชอบ พร้อมพิจารณาระดับความรู้และประสบการณ์ที่ CompTIA แนะนำสำหรับแต่ละใบ

เป้าหมายหรือบทบาทที่สนใจ ใบรับรองที่น่าพิจารณา
ยังไม่มีพื้นฐาน IT และต้องการเห็นภาพรวม CompTIA Tech+
สนใจงาน IT Support และการดูแลผู้ใช้งาน CompTIA A+
ต้องการเข้าใจระบบเครือข่าย CompTIA Network+
ต้องการวางพื้นฐาน Cybersecurity CompTIA Security+
ดูแล Server และ Data Center CompTIA Server+
บริหารระบบ Linux CompTIA Linux+
ดูแล Cloud Infrastructure CompTIA Cloud+
ออกแบบ Network สำหรับ Hybrid และ Multi-Cloud CompTIA CloudNetX
สนใจ Vulnerability Assessment และ Penetration Testing CompTIA PenTest+
สนใจ SOC, Threat Analysis และ Incident Response CompTIA CySA+
ออกแบบและประเมิน Security Solution ระดับองค์กร CompTIA SecurityX
วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนธุรกิจ CompTIA Data+
ดูแล Database และ Data Infrastructure CompTIA DataSys+
ทำงานด้าน Data Science, Machine Learning และ AI Model CompTIA DataAI
ประสานงานและขับเคลื่อนโครงการ IT CompTIA Project+

STEP 1: CORE IT FOUNDATION

สร้างฐานให้เข้าใจอุปกรณ์ ระบบ เครือข่าย และความปลอดภัย

เส้นทาง IT มีหลายจุดเริ่มต้น ผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าตนเองเหมาะกับสายใดอาจเริ่มจากภาพรวมของเทคโนโลยี ส่วนผู้ที่ทำงาน Support อยู่แล้วอาจเข้าสู่ A+ หรือ Network+ ได้ทันที

Tech+, A+, Network+ และ Security+ จึงไม่ได้ทำหน้าที่ซ้ำกัน แต่ช่วยวางรากฐานคนละมิติ ตั้งแต่ความเข้าใจภาพรวม งานสนับสนุนผู้ใช้งาน การเชื่อมต่อระบบ ไปจนถึงการวางแนวคิดด้านความปลอดภัย

CompTIA Tech+: เริ่มต้นจากการเห็นภาพรวมของ IT

CompTIA Tech+ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจว่าองค์ประกอบต่างๆ ของระบบ IT เชื่อมโยงกันอย่างไร ก่อนเลือกว่าจะพัฒนาต่อไปในสายใด

เนื้อหาครอบคลุมแนวคิดพื้นฐานด้าน Hardware, Software, ระบบปฏิบัติการ, Network, Database, Cybersecurity และ Software Development ผู้เรียนจึงไม่ได้รู้จักเพียงคำศัพท์ทางเทคนิค แต่จะเริ่มมองเห็นว่า เมื่อผู้ใช้งานเปิด Application หนึ่งระบบ เบื้องหลังต้องอาศัยองค์ประกอบใดบ้าง ตั้งแต่อุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ Network และ Server ไปจนถึง Database และการรักษาความปลอดภัย

เหมาะกับ
  • ผู้เริ่มต้นสาย IT
  • นักศึกษา
  • บุคลากรฝ่ายธุรกิจ
  • ผู้ที่ต้องประสานงานกับทีม Technology
  • ผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกสาย Infrastructure, Cybersecurity หรือ Data
ต่อยอดได้สู่

A+, Network+, Security+ หรือหลักสูตรเฉพาะทางตามความสนใจ

CompTIA A+: วางฐานงาน IT Support และการแก้ปัญหาผู้ใช้งาน

เมื่ออุปกรณ์เปิดไม่ขึ้น ระบบปฏิบัติการมีปัญหา Software ใช้งานไม่ได้ หรือผู้ใช้งานเชื่อมต่อบริการไม่สำเร็จ ทีม IT Support มักเป็นกลุ่มแรกที่ต้องรับมือ

CompTIA A+ ช่วยวางพื้นฐานด้านการดูแลอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ และการแก้ปัญหาที่พบได้ในงาน IT Support เนื้อหาครอบคลุม Hardware, Operating Systems, Software, Mobile Devices, Network เบื้องต้น, Cloud, Security และกระบวนการ Troubleshooting โดยแกนสำคัญอยู่ที่การวิเคราะห์ปัญหา แยกสาเหตุ ทดสอบสมมติฐาน และดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นขั้นตอน

บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • IT Support Specialist
  • Help Desk Technician
  • Desktop Support Technician
  • Field Service Technician
  • IT Technician
ต่อยอดได้สู่

Network+, Security+, Server+ รวมถึงงาน Systems Administration และ Infrastructure Support

CompTIA Network+: เข้าใจเส้นทางของข้อมูลและการเชื่อมต่อระบบ

เมื่ออุปกรณ์เริ่มเชื่อมต่อกัน ความเข้าใจเฉพาะเครื่องจะไม่เพียงพอต่อการดูแลระบบในภาพรวม

CompTIA Network+ พัฒนาความเข้าใจด้าน Network Concepts, IP Addressing, Routing, Switching, Wireless, Network Operations, Security และ Troubleshooting

เนื้อหาช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นเส้นทางของข้อมูลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เข้าใจบทบาทของอุปกรณ์แต่ละประเภท และวางลำดับการตรวจสอบเมื่อ Network ช้า เชื่อมต่อไม่ได้ หรือบริการบางส่วนไม่ตอบสนองได้เป็นระบบขึ้น

ความรู้ด้าน Network ยังเป็นฐานสำคัญของหลายสาย เพราะทั้ง Cloud, Cybersecurity, System Administration และ Data Center ต่างต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อระหว่างระบบ

บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • Network Support Specialist
  • Junior Network Administrator
  • Systems Administrator
  • IT Support
  • Infrastructure Technician
ต่อยอดได้สู่

Server+, Cloud+, CloudNetX, Security+, CySA+ และ PenTest+

CompTIA Security+: สร้าง Security Mindset ก่อนเลือกสายเฉพาะทาง

ระบบ IT ที่ทำงานได้ตามปกติอาจยังมีความเสี่ยง หากขาดแนวทางป้องกันภัยคุกคาม การควบคุมสิทธิ์ และการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุ

CompTIA Security+ ช่วยวางฐานความเข้าใจด้าน Threats, Vulnerabilities, Security Architecture, Security Operations, Identity and Access Management, Risk, Governance และ Incident Response ความรู้ในหลักสูตรนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่ต้องการทำงาน Cybersecurity โดยตรง

Network Administrator ต้องเข้าใจ Network Segmentation และแนวทางควบคุม Traffic ที่ไม่พึงประสงค์ ส่วน System Administrator ต้องดูแลสิทธิ์และ Hardening ระบบ ขณะที่ทีม Cloud ต้องพิจารณาความปลอดภัยของ Identity, Workload และ Data

Security+ จึงเป็นฐานร่วมที่ช่วยให้ผู้เรียนเชื่อมแนวคิดด้านความปลอดภัยเข้ากับงาน Infrastructure, Network, Cloud และ IT Operations ก่อนต่อยอดไปสู่บทบาทด้านการป้องกัน การวิเคราะห์ การทดสอบ หรือการออกแบบ Security

บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • Security Administrator
  • Junior Security Analyst
  • Systems Administrator
  • Network Administrator
  • IT Specialist
ต่อยอดได้สู่

CySA+, PenTest+, SecurityX รวมถึงงาน Cloud Security และ Security Operations

ตารางอบรม CompTIA Core IT Foundation
หลักสูตร ตารางอบรม ราคารวมสิทธิ์สอบใบรับรอง และยังไม่รวม VAT 7%
CompTIA Tech+ 10–11 และ 13 สิงหาคม 2569
7–9 กันยายน 2569
15,000 บาท
CompTIA A+ 17–21 สิงหาคม 2569
14–18 กันยายน 2569
37,000 บาท
CompTIA Network+ 17–21 สิงหาคม 2569
26–30 ตุลาคม 2569
45,000 บาท
CompTIA Security+ 24–28 สิงหาคม 2569
21–25 กันยายน 2569
47,000 บาท

ผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจาก Tech+, A+, Network+ หรือ Security+ สามารถปรึกษา NTC เพื่อประเมินจากพื้นฐาน ประสบการณ์ และเป้าหมายการทำงานก่อนเลือกหลักสูตรได้


STEP 2: CHOOSE YOUR PATH

เลือกเส้นทางจากระบบและความรับผิดชอบที่ต้องการพัฒนา

เมื่อพื้นฐานเริ่มชัด ขั้นต่อไปคือการพิจารณาว่า งานที่ต้องการพัฒนาอยู่ในส่วนใดของระบบ

บางคนต้องการสร้างและดูแล Infrastructure หรือสนใจตรวจจับและรับมือภัยคุกคาม ขณะที่อีกกลุ่มต้องการใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ ดูแลระบบฐานข้อมูล หรือพัฒนาโมเดล ทั้งสามเส้นทางใช้พื้นฐาน IT บางส่วนร่วมกัน แต่มีโจทย์ วิธีคิด และความรับผิดชอบแตกต่างกัน

PATH 1: INFRASTRUCTURE

สร้างระบบหลังบ้าน ตั้งแต่ Server และ Linux ไปจนถึง Hybrid Cloud Network

Application และบริการดิจิทัลจะทำงานได้ต่อเนื่องเพียงใด ขึ้นอยู่กับระบบหลังบ้านตั้งแต่ Compute, Storage, Operating Systems และ Network ไปจนถึง Cloud Environment เส้นทาง Infrastructure จึงแยกต่อได้หลายด้านตามระบบที่รับผิดชอบ โดยผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเรียนทุกใบเรียงกันทั้งหมด

CompTIA Server+: ดูแล Server ให้พร้อมรองรับบริการสำคัญ

Server+ เหมาะกับผู้ที่ต้องติดตั้ง บริหาร และวิเคราะห์ปัญหา Server ใน Data Center, On-Premises และ Hybrid Environment เนื้อหาครอบคลุม Server Hardware, Administration, Storage, Security, Disaster Recovery และ Troubleshooting

ผู้เรียนจะได้เชื่อมโยงการทำงานของอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ การจัดเก็บข้อมูล และแนวทางกู้คืนบริการเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง

บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • Server Administrator
  • Data Center Technician
  • Systems Administrator
  • IT Technician

CompTIA Linux+: บริหาร Linux ด้วยความเข้าใจมากกว่าการจำคำสั่ง

Linux เป็นระบบปฏิบัติการที่พบได้ใน Server, Cloud Platforms, Container Environments และระบบหลังบ้านจำนวนมาก CompTIA Linux+ ครอบคลุมการติดตั้งและตั้งค่า Command Line, Users, Permissions, Security, Maintenance, Troubleshooting, Automation และ Scripting

หัวใจของทักษะนี้อยู่ที่การอ่านสถานะของระบบ วิเคราะห์สาเหตุ และเลือกแนวทางแก้ไขให้เหมาะกับปัญหา มากกว่าการจดจำคำสั่งเป็นชุดโดยไม่เข้าใจผลกระทบ

บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • Linux Administrator
  • Systems Administrator
  • Cloud Support Specialist
  • ผู้ที่กำลังพัฒนาทักษะสู่สาย DevOps

CompTIA Cloud+: มอง Cloud เป็นระบบที่ต้องบริหารทั้ง Performance และ Risk

การใช้งาน Cloud ในระดับองค์กรไม่ได้จบที่การสร้าง Virtual Machine หรือย้าย Application ขึ้นแพลตฟอร์ม ทีม Infrastructure ยังต้องพิจารณา Architecture, Deployment, Operations, Availability, Performance, Security, Cost และ Risk ควบคู่กัน

CompTIA Cloud+ ช่วยพัฒนาความเข้าใจในการติดตั้ง บริหาร รักษาความปลอดภัย และวิเคราะห์ปัญหา Cloud Infrastructure ในสภาพแวดล้อมแบบ Public, Private และ Hybrid Cloud รวมถึงการใช้งานบริการจากหลายแพลตฟอร์ม

ด้วยแนวคิดแบบ Vendor-Neutral ผู้เรียนสามารถนำพื้นฐานไปเชื่อมกับ AWS, Microsoft Azure, Google Cloud หรือแพลตฟอร์มที่องค์กรใช้งานอยู่ได้

บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • Cloud Engineer
  • Cloud Specialist
  • Systems Administrator
  • Infrastructure Engineer

CompTIA CloudNetX: ออกแบบการเชื่อมต่อในโลก Hybrid และ Multi-Cloud

เมื่อระบบขยายจาก Cloud หนึ่งแพลตฟอร์มไปสู่หลาย Environment ความท้าทายจะเปลี่ยนจากการบริหารทรัพยากร ไปสู่การออกแบบให้ On-Premises, Private Cloud และ Public Cloud เชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และตรวจสอบได้

CloudNetX อยู่ในกลุ่ม CompTIA Xpert Series และออกแบบมาสำหรับผู้มีประสบการณ์เชิงลึกด้าน Enterprise Network และ Hybrid Cloud ขอบเขตเน้น Network Architecture, Security Design, Deployment, Monitoring, Automation และ Troubleshooting ในระบบขนาดใหญ่ ใบรับรองนี้จึงสัมพันธ์กับผู้ที่รับผิดชอบการออกแบบหรือตัดสินใจเชิงสถาปัตยกรรม มากกว่าผู้ที่เพิ่งเริ่มเรียน Networking

บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • Network Architect
  • Cloud Network Engineer
  • Infrastructure Architect
  • Enterprise Architect
  • Senior Network Engineer
ตารางอบรม CompTIA Infrastructure Path
หลักสูตร ตารางอบรม ราคารวมสิทธิ์สอบใบรับรอง และยังไม่รวม VAT 7%
CompTIA Server+ 7–11 กันยายน 2569
2–6 พฤศจิกายน 2569
45,000 บาท
CompTIA Linux+ สอบถามรอบอบรมเพิ่มเติม สอบถามรอบอบรมเพิ่มเติม
CompTIA Cloud+ 24–28 สิงหาคม 2569
9–13 พฤศจิกายน 2569
45,000 บาท
CompTIA CloudNetX สอบถามรอบอบรมเพิ่มเติม สอบถามรอบอบรมเพิ่มเติม

การเลือกระหว่าง Server+, Linux+, Cloud+ และ CloudNetX ควรดูจาก Environment ที่รับผิดชอบ เช่น Server, Linux, Public Cloud, Hybrid Cloud หรือ Enterprise Network

PATH 2: CYBERSECURITY

เลือกระหว่างการทดสอบ การวิเคราะห์ และการออกแบบ Security

Cybersecurity ไม่ได้มีเพียงบทบาทเดียว ทีมหนึ่งอาจเฝ้าระวังและวิเคราะห์เหตุการณ์ อีกทีมประเมินระบบจากมุมของผู้โจมตี ขณะที่ผู้มีประสบการณ์สูงขึ้นต้องเชื่อม Security Architecture เข้ากับความเสี่ยงและข้อกำหนดขององค์กร

หลังจากมีพื้นฐาน Network และ Security แล้ว การเลือกใบรับรองถัดไปจึงขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ต้องการรับผิดชอบ

CompTIA PenTest+: ประเมินระบบจากมุมของผู้ทดสอบ

PenTest+ เหมาะกับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะด้าน Vulnerability Assessment และ Penetration Testing ขอบเขตเริ่มตั้งแต่ Planning, Scoping และ Rules of Engagement ต่อด้วย Information Gathering, Vulnerability Discovery, การเลือกเทคนิคทดสอบ ไปจนถึง Reporting และการสื่อสารแนวทางแก้ไข

การทดสอบระบบที่มีคุณภาพไม่ได้วัดจากจำนวนช่องโหว่ที่ค้นพบเพียงอย่างเดียว ผู้ทดสอบยังต้องควบคุม Scope ลดผลกระทบต่อระบบจริง จัดลำดับข้อค้นพบ และอธิบายผลลัพธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องนำไปจัดการต่อได้

บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • Penetration Tester
  • Vulnerability Analyst
  • Security Consultant
  • Ethical Hacker

CompTIA CySA+: อ่านสัญญาณและตอบสนองจากมุมฝ่ายป้องกัน

หาก PenTest+ มองระบบจากมุมของผู้ทดสอบ CySA+ จะเน้นการตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคามจากมุมฝ่ายป้องกัน ผู้เรียนจะได้พัฒนาทักษะด้าน Security Operations, Vulnerability Management, Incident Response และการวิเคราะห์ข้อมูลจากเครื่องมือรักษาความปลอดภัย

ส่วนสำคัญคือการเชื่อมข้อมูลจาก Log, Alert, Threat Intelligence และระบบตรวจจับ เพื่อคัดกรอง Alert แยก False Positive ออกจากเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญ จัดลำดับความเร่งด่วน และกำหนดแนวทางตอบสนองที่เหมาะสม

บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • SOC Analyst
  • Cybersecurity Analyst
  • Threat Intelligence Analyst
  • Incident Response Analyst

PenTest+ กับ CySA+ เลือกใบรับรองไหนดี?

ทั้งสองใบอยู่ในสาย Cybersecurity แต่ใช้มุมมองต่อระบบต่างกัน

เลือก PenTest+ เมื่อสนใจ
  • การค้นหาและตรวจสอบช่องโหว่
  • การวางแผนและกำหนด Scope การทดสอบ
  • เทคนิค Penetration Testing
  • การประเมินช่องทางการโจมตีและผลกระทบ
  • การจัดทำรายงานผลการทดสอบ
เลือก CySA+ เมื่อสนใจ
  • การวิเคราะห์ Log และ Alert
  • Security Monitoring
  • Threat Detection
  • Incident Investigation
  • Incident Response

หากพื้นฐานด้าน Network และ Security ยังไม่แข็งแรง การเริ่มจาก Network+ และ Security+ จะช่วยให้เชื่อมโยงเนื้อหาในระดับถัดไปได้ง่ายขึ้น

CompTIA SecurityX: ออกแบบและประเมิน Security Solution ระดับองค์กร

เมื่อความรับผิดชอบขยับจากการดูแลระบบเฉพาะส่วนไปสู่การออกแบบ Security Solution สำหรับองค์กร โจทย์จะมีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญต้องพิจารณาทั้ง Security Architecture, Governance, Risk, Compliance, Cloud, On-Premises และ Hybrid Environment พร้อมเชื่อม Security Controls เข้ากับ Business Requirements และข้อจำกัดในการดำเนินงาน

SecurityX อยู่ในกลุ่ม CompTIA Xpert Series เหมาะกับผู้มีประสบการณ์ด้าน Cybersecurity ที่ต้องการพัฒนาความสามารถในการออกแบบ ประเมิน และนำ Enterprise Security Solution ไปใช้ในระบบที่มีความซับซ้อน

บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • Security Architect
  • Senior Security Engineer
  • Security Consultant
  • Technical Security Lead
ตารางอบรม CompTIA Cybersecurity Path
หลักสูตร ตารางอบรม ราคารวมสิทธิ์สอบใบรับรอง และยังไม่รวม VAT 7%
CompTIA PenTest+ 14–18 กันยายน 2569
21–25 ธันวาคม 2569
49,000 บาท
CompTIA CySA+ 23–27 พฤศจิกายน 2569 49,000 บาท
CompTIA SecurityX 14–16 และ 21–22 กันยายน 2569 59,000 บาท

ผู้ที่สนใจ Offensive Security และ Vulnerability Assessment สามารถพิจารณา PenTest+ ส่วนผู้ที่ต้องการพัฒนาไปทาง SOC, Threat Detection และ Incident Response สามารถเลือก CySA+

สำหรับ SecurityX จะเหมาะกับผู้มีประสบการณ์ซึ่งกำลังขยับไปสู่การออกแบบ ประเมิน และนำ Security Solution ไปใช้ในระบบระดับองค์กร

PATH 3: DATA & AI

ตั้งแต่การอ่านข้อมูล ดูแลฐานข้อมูล ไปจนถึงการพัฒนาโมเดล

คนทำงานกับข้อมูลชุดเดียวกันอาจรับผิดชอบคนละส่วนโดยสิ้นเชิง

Data Analyst ใช้ข้อมูลตอบคำถามและสนับสนุนการตัดสินใจ

Database Administrator ดูแลให้ข้อมูลพร้อมใช้งาน ปลอดภัย และกู้คืนได้

ส่วน Data Scientist เลือกวิธีวิเคราะห์ พัฒนาโมเดล และประเมินผลลัพธ์

ทั้งสามบทบาททำงานกับข้อมูลเหมือนกัน แต่รับผิดชอบคนละส่วนของ Data Lifecycle

CompTIA Data+: เปลี่ยนข้อมูลให้เป็น Insight สำหรับการตัดสินใจ

Data+ เหมาะกับผู้ที่ต้องรวบรวม เตรียม วิเคราะห์ และสื่อสารข้อมูล เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องนำผลลัพธ์ไปใช้ประกอบการตัดสินใจ ขอบเขตครอบคลุม Data Concepts, Data Collection, Data Preparation, Analysis, Visualization, Reporting, Data Governance และ Data Quality

Dashboard ที่ดีเริ่มจากการตั้งคำถามให้ชัด เลือกข้อมูลที่สัมพันธ์กับโจทย์ ตรวจสอบคุณภาพ และวิเคราะห์อย่างเหมาะสม ก่อนถ่ายทอดผลลัพธ์ผ่านสีและรูปแบบกราฟที่ช่วยให้เข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น

บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • Data Analyst
  • Business Analyst
  • Reporting Analyst
  • Marketing Analyst
  • Operations Analyst

CompTIA DataSys+: ดูแลระบบเบื้องหลังให้ข้อมูลพร้อมใช้งาน

ในขณะที่ Data Analyst มุ่งใช้ข้อมูลเพื่อหาคำตอบ ผู้ดูแลระบบข้อมูลต้องทำให้ข้อมูลได้รับการจัดเก็บ ป้องกัน สำรอง และเรียกใช้งานได้ตามความต้องการ

DataSys+ ครอบคลุม Database Fundamentals, Deployment, Management, Maintenance, Data Security, Business Continuity และ Recovery

ใบรับรองนี้จึงสัมพันธ์กับผู้ที่รับผิดชอบระบบฐานข้อมูลและ Data Infrastructure มากกว่าผู้ที่เน้นการสร้าง Dashboard หรือวิเคราะห์ Business Insight

บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • Database Administrator
  • Data Systems Administrator
  • Database Engineer
  • ผู้ดูแล Data Infrastructure

CompTIA DataAI: จากโจทย์ธุรกิจสู่กระบวนการพัฒนาโมเดล

CompTIA DataAI หรือชื่อเดิม DataX มุ่งพัฒนาความเข้าใจด้าน Data Science, Machine Learning และกระบวนการนำ AI ไปใช้งาน โดยออกแบบมาสำหรับผู้มีประสบการณ์ที่ต้องทำงานกับข้อมูล โมเดล และวงจรการพัฒนา AI ในระดับที่ลึกขึ้น ใบรับรองนี้อยู่ในกลุ่ม CompTIA Xpert Series

ขอบเขตครอบคลุม Data Science Lifecycle, Data Collection and Preparation, Mathematical and Statistical Methods, Machine Learning, Deep Learning, Model Evaluation, การสื่อสารผลลัพธ์ และการนำโมเดลไปใช้งาน

ผู้เรียนต้องเชื่อมโยงให้ได้ตลอดกระบวนการว่า

  • Business Problem ควรถูกแปลงเป็นโจทย์ข้อมูลอย่างไร
  • ควรเลือกวิธีวิเคราะห์หรือโมเดลแบบใด
  • จะประเมินความเหมาะสมของโมเดลจากตัวชี้วัดใด
  • ต้องเตรียมข้อมูลและระบบอย่างไร
  • หลังนำโมเดลไปใช้งานควรติดตามผลด้านใดบ้าง
บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • Data Scientist
  • Machine Learning Engineer
  • ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI หรือ Machine Learning ที่ทำงานกับวงจรการพัฒนาโมเดล
  • Quantitative Analyst
  • Predictive Analyst

DataAI เป็นเส้นทางระดับสูง จึงเหมาะกับผู้มีพื้นฐานด้านสถิติ การเขียนโปรแกรม Machine Learning และประสบการณ์ทำงานกับข้อมูลหรือโมเดล มากกว่าผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นด้าน Data และ AI

ตารางอบรม CompTIA Data & AI Path
หลักสูตร ตารางอบรม ราคารวมสิทธิ์สอบใบรับรอง และยังไม่รวม VAT 7%
CompTIA Data+ 21–25 กันยายน 2569 49,000 บาท
CompTIA DataSys+ 24–28 สิงหาคม 2569
2–6 พฤศจิกายน 2569
54,000 บาท
CompTIA DataAI สอบถามรอบอบรมเพิ่มเติม สอบถามรอบอบรมเพิ่มเติม

Data+ เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจ

DataSys+ มุ่งพัฒนาทักษะด้าน Database และ Data Infrastructure

ส่วน DataAI เป็นเส้นทางระดับสูงสำหรับผู้มีประสบการณ์ด้าน Data Science, Statistics, Programming และ Machine Learning


STEP 3: PROJECT SKILLS

เมื่อความสำเร็จของงาน IT ต้องเชื่อมทั้งเทคโนโลยี คน และเป้าหมาย

โครงการ IT อาจมีทีมเทคนิคที่แข็งแรงและเครื่องมือพร้อม แต่ยังล่าช้าหรือหลุดจากเป้าหมายได้ หาก Scope ไม่ชัด การสื่อสารไม่ตรงกัน หรือทีมจัดการความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน ทักษะด้าน Project Management จึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่มีตำแหน่ง Project Manager

Network Engineer อาจรับผิดชอบการวางแผน Migration ขณะที่ Security Specialist ประสานงานด้าน Incident Response ส่วน Data Analyst ดูแล Requirements จากหลายฝ่าย และ Technical Lead จัดลำดับงาน ทรัพยากร และความเสี่ยงของทีม

CompTIA Project+: เติมทักษะการขับเคลื่อนงานข้ามทีม

Project+ พัฒนาพื้นฐานตั้งแต่ Project Lifecycle, Scope, Schedule, Resources, Risk และ Communication ไปจนถึงการควบคุมการเปลี่ยนแปลงของโครงการและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

จุดเด่นคือการเชื่อมแนวคิด Project Management เข้ากับบริบทของงาน IT และ Business โดยผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากบทบาท Project Manager เต็มตัว

บทบาทที่เกี่ยวข้อง
  • Project Coordinator
  • IT Project Team
  • Business Analyst
  • Technical Lead
  • Team Lead
  • ผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบงานในรูปแบบโครงการ

Project+ จึงสามารถใช้เป็นทักษะเสริมได้ในทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น Infrastructure, Cybersecurity, Data, Software หรือ IT Operations

ตารางอบรม CompTIA Project+
หลักสูตร ตารางอบรม ราคารวมสิทธิ์สอบใบรับรอง และยังไม่รวม VAT 7%
CompTIA Project+ 17–19 สิงหาคม 2569
16–18 พฤศจิกายน 2569
45,000 บาท

ตัวอย่าง CompTIA Roadmap ตามเป้าหมายอาชีพ

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นแนวทางเชื่อมโยงความรู้ ไม่ใช่ Prerequisite หรือเงื่อนไขบังคับ ผู้ที่มีประสบการณ์เทียบเท่าสามารถเลือกเริ่มจากใบรับรองที่สัมพันธ์กับระดับงานของตนเองได้

เส้นทางสำหรับผู้เริ่มต้น IT

Tech+A+Network+ หรือ Security+

เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มจากภาพรวม ก่อนพัฒนาไปสู่งาน Support, Network หรือ Security

เส้นทาง IT Support สู่ Infrastructure

A+Network+Server+ / Linux+ / Cloud+

เหมาะกับผู้ที่เริ่มจากการดูแลอุปกรณ์และผู้ใช้งาน ก่อนขยับไปดูแล Server, Operating Systems หรือ Cloud Infrastructure

เส้นทาง Network และ Hybrid Cloud

พื้นฐาน Network, Security และ Cloud → CloudNetX

เหมาะกับผู้ที่ต้องออกแบบ ดูแล และแก้ปัญหาการเชื่อมต่อระหว่าง On-Premises, Private Cloud และ Public Cloud

เส้นทาง Cybersecurity ฝ่ายป้องกัน

Network+Security+CySA+SecurityX

เหมาะกับผู้ที่สนใจ Security Operations, Threat Detection, Incident Response และ Security Architecture

เส้นทาง Penetration Testing

Network+Security+PenTest+

จากนั้นสามารถต่อยอดสู่ SecurityX หรือใบรับรองเฉพาะทางด้าน Offensive Security ตามลักษณะงานและประสบการณ์

เส้นทาง Data Analyst

พื้นฐานการจัดการข้อมูล → Data+

จากนั้นสามารถต่อยอดด้าน Business Intelligence, Visualization, Statistics หรือเครื่องมือวิเคราะห์ที่องค์กรใช้งาน

เส้นทาง Database และ Data Infrastructure

พื้นฐาน System และ Database → DataSys+

เหมาะกับผู้ที่ดูแลการจัดเก็บ ความพร้อมใช้งาน Security, Backup และ Recovery ของข้อมูล

เส้นทาง Data Science และ AI

Data Analysis + Statistics + Programming + Machine Learning → DataAI

เส้นทางนี้ต้องใช้พื้นฐานหลายด้านร่วมกัน และควรมีประสบการณ์ทำงานกับข้อมูลหรือโมเดลก่อนเข้าสู่ระดับสูง

เส้นทาง Technical Specialist สู่การขับเคลื่อนโครงการ

Technical Certification ตามสายงาน + Project+

เหมาะกับผู้ที่เริ่มรับผิดชอบ Scope, Timeline, Risk, Communication และการประสานงานระหว่างหลายทีม


แล้วควรเริ่มจากใบไหน?

ก่อนเลือกใบรับรอง ลองตอบคำถาม 4 ข้อนี้

1. วันนี้คุณมีพื้นฐานระดับใด?

หากยังไม่เข้าใจภาพรวมของ IT การเริ่มจาก Tech+ จะช่วยให้เห็นองค์ประกอบและความเชื่อมโยงของระบบก่อนเลือกสายงาน หากดูแลอุปกรณ์และผู้ใช้งานอยู่แล้ว A+ อาจสัมพันธ์กับงานมากกว่า ส่วนผู้ที่มีประสบการณ์ Network หรือ System สามารถพิจารณา Network+, Security+ หรือใบเฉพาะทางตามระดับความรับผิดชอบได้

2. งานปัจจุบันเกี่ยวข้องกับส่วนใดของระบบ?

ลองระบุให้ชัดว่างานส่วนใหญ่อยู่ในด้านใด

  • การดูแลผู้ใช้งานและอุปกรณ์
  • ระบบเครือข่าย
  • Server และระบบปฏิบัติการ
  • Cloud Infrastructure
  • Cybersecurity
  • Database และ Data Infrastructure
  • Data Analysis
  • การประสานงานโครงการ

การเริ่มจากงานที่ทำอยู่ช่วยให้เชื่อมเนื้อหากับประสบการณ์จริง และมองเห็นประโยชน์ของแต่ละหัวข้อได้เร็วขึ้น

3. บทบาทถัดไปต้องใช้ทักษะอะไรเพิ่ม?

หากต้องการขยับจาก Support ไป Infrastructure อาจต้องเติม Network, Server, Linux หรือ Cloud

ผู้ที่ต้องการเข้าสู่ SOC ควรพัฒนาความเข้าใจด้าน Security Operations, Log Analysis และ Incident Response

ส่วนผู้ที่ต้องการเป็น Data Analyst ต้องเสริมทั้งการตั้งคำถาม การเตรียมข้อมูล การวิเคราะห์ และ Visualization ขณะที่ Technical Lead อาจต้องเพิ่ม Project Skills ควบคู่กับความรู้ด้านเทคนิค

4. ใบรับรองอยู่ในระดับที่เหมาะกับประสบการณ์หรือยัง?

ชื่อที่ดูทันสมัยหรืออยู่ในระดับสูงอาจดึงดูดความสนใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะตอบโจทย์ในช่วงเวลานี้เสมอไป

CloudNetX, SecurityX และ DataAI อยู่ในกลุ่มใบรับรองระดับสูงที่ต้องอาศัยพื้นฐานและประสบการณ์เชิงลึก

การเร่งไปสู่ระดับดังกล่าวโดยข้ามความเข้าใจส่วนสำคัญ อาจทำให้การเรียนกลายเป็นการจดจำเนื้อหาเพื่อสอบ มากกว่าการเชื่อมโยงความรู้กับสถานการณ์ที่ต้องรับผิดชอบจริง

ใบรับรองที่เหมาะ อาจไม่จำเป็นต้องเป็นใบที่ยากที่สุด

การวาง CompTIA Certification Roadmap สามารถเริ่มจากการทบทวนพื้นฐาน งานที่รับผิดชอบ และบทบาทที่ต้องการพัฒนาไปต่อ แล้วค่อยพิจารณาว่า ใบรับรองใดจะช่วยเสริมทักษะในส่วนที่ยังต้องพัฒนา และทำให้มองเห็นเส้นทางถัดไปได้ชัดเจนยิ่งขึ้น


วาง CompTIA Training Roadmap กับ NTC

สำหรับผู้เรียนรายบุคคล NTC สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับพื้นฐานที่แนะนำ ลำดับการเรียน และเส้นทางที่สอดคล้องกับเป้าหมายอาชีพ

สำหรับองค์กร NTC สามารถช่วยวิเคราะห์บทบาทของทีม ระดับประสบการณ์ ระบบที่แต่ละกลุ่มรับผิดชอบ และ Skill Gap ที่ต้องพัฒนา เพื่อนำไปออกแบบ Training Roadmap และ Career Path ให้สัมพันธ์กับเป้าหมายขององค์กร

ตารางอบรมและรายละเอียดแพ็กเกจอาจมีการปรับปรุง กรุณาตรวจสอบข้อมูลรอบล่าสุดกับ NTC ก่อนสมัครอบรม

สอบถามรายละเอียดหลักสูตร ตารางอบรม หรือวาง Training Roadmap

LINE: @NTC-LINE

Email: sales@trainingcenter.co.th