ก้าวทัน ITIL (Version 5): จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เพื่อการบริหาร IT ยุคดิจิทัล

การเปลี่ยนเวอร์ชันของ Framework อาจดูเป็นเรื่องเชิงเทคนิค แต่สำหรับ ITIL® แล้ว การก้าวสู่ ITIL (Version 5) คือ การสะท้อนความจริงของโลกการทำงานที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ในวันที่ AI, Automation, Cloud และ Digital Platform กลายเป็นโครงสร้างหลักของธุรกิจ การบริหารงาน IT ไม่สามารถโฟกัสแค่ “ระบบใช้งานได้” หรือ “บริการไม่ล่ม” อีกต่อไป คำถามที่องค์กรต้องตอบให้ได้คือ IT และ Digital กำลังสร้างคุณค่าอะไร และกำลังพาองค์กรไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ ITIL (Version 5) ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรตอบคำถามนี้ได้อย่างเป็นระบบ
ITIL (Version 5) มีอะไรใหม่ และเปลี่ยนมุมมองการทำงานอย่างไร?
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดใน ITIL (Version 5) ไม่ใช่การเพิ่มโมเดลหรือศัพท์ใหม่ แต่คือ การปรับมุมมองของ Framework ให้สอดคล้องกับการทำงานจริงขององค์กรยุคดิจิทัล ITIL (Version 5) ถูกออกแบบมาให้รองรับองค์กรที่ทำงานแบบข้ามสายระหว่าง IT, Business, Digital และ Data รวมถึงใช้ AI และ Automation เป็นส่วนหนึ่งของงานประจำและต้องตัดสินใจเร็วในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน จากเดิมที่ ITIL® มักถูกมองว่าเป็น Framework สำหรับทีม IT แต่ ITIL (Version 5) ขยายบทบาทไปสู่ กรอบการบริหารคุณค่า (Value-driven Management) โดยมององค์กรเป็นระบบเดียวกันที่ทุกส่วนต้องเชื่อมโยงตั้งแต่กลยุทธ์ การออกแบบ การส่งมอบไปจนถึงการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ทำไม ITIL (Version 5) จึงจำเป็นในบริบทธุรกิจยุคดิจิทัล?
การเปลี่ยนเวอร์ชันครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากรอบเวลา แต่เกิดจาก ความท้าทายจริงที่องค์กรและคนทำงานด้าน IT เผชิญอยู่หลายองค์กรลงทุนกับเทคโนโลยีอย่างจริงจัง แต่กลับพบว่า
- ระบบมีครบ แต่การทำงานไม่ไหลลื่น
- ทีม IT ทำงานหนัก แต่ Business ยังไม่เห็นคุณค่า
- Automation เพิ่มขึ้น แต่ความซับซ้อนและความเสี่ยงก็เพิ่มตาม
อีกประเด็นสำคัญคือ โครงสร้างการพัฒนาบุคลากรในอดีต เส้นทางการรับรองของ ITIL (Version 3) หรือ ITIL (Version 4) แม้จะมีความครอบคลุม แต่มักถูกมองว่าซับซ้อนและมีเนื้อหาทับซ้อนกันในบางส่วน ทำให้ผู้เรียนจำนวนไม่น้อยไม่แน่ใจว่าจะต่อยอดอย่างไรให้เหมาะกับบทบาทของตนเอง ITIL (Version 5) จึงเข้ามาปรับ Certification Scheme ให้กระชับ ชัดเจน และลดความซ้ำซ้อน ด้วยโครงสร้าง 9 Core Modules และ 1 Extension เพื่อให้การพัฒนาทักษะมีทิศทาง และยังคงดึงดูดบุคลากรด้าน IT และ Digital ในระยะยาว
เมื่อเห็นภาพว่าทำไม ITIL (Version 5) จึงจำเป็น สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจถัดมาคือ โครงสร้างการพัฒนาบุคลากรและการรับรองถูกออกแบบไว้อย่างไร
โครงสร้างการรับรอง (Certification Scheme) ของ ITIL (Version 5)
Certification Scheme ของ ITIL (Version 5) ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Progressive Learning คือพัฒนาความรู้จากพื้นฐาน → การประยุกต์ใช้ → ความเชี่ยวชาญเชิงกลยุทธ์ โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นเส้นทางการเติบโตของตนเองได้ชัดเจน ไม่เรียนกระจัดกระจาย และไม่หลงทิศทาง
![]()
ITIL® Foundation – รากฐานของกรอบคิด Service Management
จุดเริ่มต้นของทุกเส้นทาง วางพื้นฐานเรื่องการสร้างคุณค่า คำศัพท์หลัก บทบาท ความรับผิดชอบและแนวคิด Continual Improvement
ITIL® Practice Manager – การนำ ITIL® ไปใช้ในงานจริงอย่างเป็นระบบ
ITIL® Practice Manager ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่ทำงานในระดับปฏิบัติการ และต้องรับผิดชอบให้บริการและระบบ “เดินได้จริง” ในทุกวัน เส้นทางนี้เน้นการนำ ITIL® ไปใช้กับงานประจำโดยผู้เรียนจะต่อยอดจาก ITIL® Foundation ก่อนเลือกพัฒนาหนึ่งในสามกลุ่มความเชี่ยวชาญหลัก ได้แก่ MSF, PIC และ CAI ซึ่งสะท้อนรูปแบบการทำงานจริงในองค์กร หลังจากนั้นต่อด้วย ITIL® Transformation
Monitor, Support and Fulfil (MSF)
โฟกัสการดูแลและส่งมอบบริการในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การติดตามสถานะบริการ การตอบสนองต่อเหตุการณ์ ไปจนถึงการให้บริการตามที่ผู้ใช้งานคาดหวัง เหมาะกับบทบาทที่ต้องรักษาความต่อเนื่องและเสถียรภาพของระบบ
Plan, Implement and Control (PIC)
เน้นการวางแผน นำไปใช้ และควบคุมการดำเนินงาน ช่วยให้การเปลี่ยนแปลงระบบใหม่หรือกระบวนการใหม่ถูกนำมาใช้อย่างมีโครงสร้าง ลดความเสี่ยง และควบคุมผลกระทบต่อธุรกิจได้ดีขึ้น
Collaborate, Assure and Improve (CAI)
มุ่งเน้นที่การทำงานร่วมกันข้ามทีม การประกันคุณภาพของบริการและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เหมาะกับองค์กรที่ต้องการยกระดับการทำงานจาก “แก้ปัญหาเฉพาะหน้า” ไปสู่ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน”
ทั้งสามกลุ่มนี้ช่วยให้ ITIL® Practice Manager ไม่ใช่แค่ Framework เชิงแนวคิด แต่เป็นเครื่องมือที่เชื่อมมาตรฐาน ITIL® เข้ากับการทำงานจริงของทีมในองค์กร
ITIL® Managing Professional – การบริหารบริการและผลิตภัณฑ์ดิจิทัล
เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่รับผิดชอบการออกแบบ พัฒนา และส่งมอบบริการหรือผลิตภัณฑ์ดิจิทัลในระดับปฏิบัติการ โดยครอบคลุมมุมมองแบบ End-to-End ตั้งแต่ Product Strategy, Service Lifecycle ไปจนถึง Experience ของผู้ใช้งาน เป้าหมายสำคัญคือการทำให้การส่งมอบบริการไม่เพียงมีประสิทธิภาพ แต่สามารถสร้างคุณค่าที่วัดผลได้จริงในบริบทของธุรกิจยุคดิจิทัล
ITIL® Strategic Leader – ITIL® ในมุมกลยุทธ์องค์กร
เส้นทางนี้ถูกออกแบบสำหรับผู้บริหารและผู้กำหนดทิศทางองค์กรที่ต้องเชื่อมโยงเทคโนโลยีกับกลยุทธ์ธุรกิจอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการตัดสินใจด้าน Strategy, Governance และการลงทุนเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวขององค์กร ITIL® Strategic Leader ช่วยให้ผู้บริหารมอง IT ไม่ใช่เพียงต้นทุน แต่เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการเติบโต ความสามารถในการแข่งขัน และการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน
ITIL® Transformation – แกนกลางของทุกเส้นทาง
ITIL® Transformation เป็นโมดูลหลักที่ทุกเส้นทางต้องเรียนรู้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเป็นหัวใจของการพัฒนาองค์กรยุคดิจิทัล เนื้อหามุ่งเน้นการออกแบบและบริหารการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับ Service Value System โดยเชื่อมคน กระบวนการ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างมีโครงสร้าง จุดมุ่งหมายคือทำให้การปรับปรุงหรือการเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ควบคุมได้ และสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง
ITIL® AI Governance – การใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ
โมดูลส่วนขยายนี้มุ่งเน้นการกำกับดูแลการใช้งาน AI ภายใต้กรอบมาตรฐาน ITIL® เพื่อให้องค์กรสามารถนำเทคโนโลยี AI มาใช้ได้อย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และปลอดภัย โดยเชื่อมการกำหนดกลยุทธ์ AI เข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจอย่างชัดเจน ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงด้านข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และความน่าเชื่อถือของระบบ แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมและตรวจสอบการทำงานของ AI ได้ตลอดวงจรชีวิตของระบบ ตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา นำไปใช้ ไปจนถึงการติดตามและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่า AI ไม่เพียงทำงานได้จริง แต่ยังสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลขององค์กรในระยะยาว
บทบาทของ Product, Service, Experience และ Strategy ใน ITIL (Version 5)
“เมื่อเข้าใจโครงสร้าง Certification Scheme แล้ว คำถามถัดมาคือ ITIL (Version 5) นำแนวคิดเหล่านี้ไปใช้อย่างไรในทางปฏิบัติ” หนึ่งในความเข้าใจที่สำคัญของ ITIL (Version 5) คือ Framework นี้ไม่ได้แยกการทำงานของ IT ออกจากธุรกิจ แต่จัดโครงสร้างการเรียนรู้ให้ครอบคลุม Product, Service, Experience และ Strategy ผ่านเส้นทางการรับรอง (Certification Designations) แต่ละ Designation จึงมีบทบาทที่ชัดเจน และสะท้อนระดับความรับผิดชอบที่แตกต่างกันในองค์กร
Service: รากฐานของการทำงานจริง (Practice Manager) แนวคิดเรื่อง Service ถูกเน้นอย่างชัดเจนในเส้นทาง ITIL® Practice Manager ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ที่ทำงานในระดับปฏิบัติการ
เนื้อหาในกลุ่มนี้ช่วยให้ผู้เรียน
- เข้าใจการส่งมอบบริการในชีวิตจริง
- บริหารงานประจำให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ITIL®
- เชื่อมกระบวนการทำงานเข้ากับคุณค่าที่องค์กรต้องการ
Service ใน ITIL (Version 5) จึงไม่ใช่แค่การทำให้ “บริการไม่ล่ม” แต่คือการทำให้บริการสามารถสนับสนุนการทำงาน และเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Product & Experience: การส่งมอบคุณค่าแบบ End-to-End (Managing Professional)
ในเส้นทาง ITIL® Managing Professional Framework จะขยายมุมมองจาก Service ไปสู่ Product และ Experience อย่างชัดเจน Product ถูกมองเป็นสิ่งที่องค์กรตั้งใจสร้างเพื่อส่งมอบคุณค่าในระยะยาวไม่ใช่เพียงระบบหรือฟังก์ชัน ขณะที่ Experience ถูกยกระดับเป็นหัวใจของความสำเร็จทั้งในมุมของผู้ใช้งาน ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
เส้นทางนี้ช่วยให้ผู้นำด้านการส่งมอบบริการ
- บริหารบริการแบบ End-to-End
- ออกแบบประสบการณ์ที่ใช้งานได้จริง
- สร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยี ความต้องการผู้ใช้ และเป้าหมายธุรกิจ
Strategy: การกำหนดทิศทางและการลงทุน (Strategic Leader)
สำหรับระดับผู้บริหาร ITIL® Strategic Leader คือ Designation ที่เน้นมุมมองเชิง Strategy อย่างชัดเจน
Strategy ใน ITIL (Version 5) ไม่ได้หมายถึงแผนงานระยะยาวบนเอกสาร แต่คือกรอบการตัดสินใจด้าน
- การลงทุนเทคโนโลยี
- การกำกับดูแล (Governance)
- การเชื่อมวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติจริง
เส้นทางนี้ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ ITIL® เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่เพียง Framework ด้าน IT
Transformation: ตัวเชื่อมทุกมิติ
นอกจากบทบาทในโครงสร้างการรับรองแล้ว ITIL® Transformation ยังทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมสำคัญในเชิงการนำไปใช้งานจริง ไม่ว่า Product, Service, Experience หรือ Strategy ทั้งหมดจะไม่เกิดผล หากองค์กรไม่สามารถบริหารการเปลี่ยนแปลงได้ ITIL® Transformation จึงถูกกำหนดเป็นโมดูลแกนกลางของทุกเส้นทางทำหน้าที่เชื่อมคน กระบวนการ และเทคโนโลยี เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนและควบคุมได้
ในทางปฏิบัติ องค์กรที่นำ ITIL (Version 5) มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมักไม่ได้เริ่มจากการเปลี่ยนกระบวนการทั้งหมดในทันที แต่เริ่มจากการจัดกรอบความคิดร่วมกันเพื่อให้ทีม IT, Digital และ Business มองเป้าหมายเดียวกันก่อน
ITIL (Version 5) เหมาะกับใคร
จากโครงสร้างและแนวคิดทั้งหมดที่กล่าวมา ITIL (Version 5) ไม่ได้ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับทีม IT เท่านั้น แต่เหมาะกับองค์กรและบทบาทที่ต้องรับมือกับความซับซ้อนของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล เช่น
- ทีม IT และ Digital ที่กำลังขยายบทบาทจากผู้ดูแลระบบ ไปสู่การเป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนคุณค่าทางธุรกิจ
- ผู้บริหารและผู้ตัดสินใจด้านเทคโนโลยีที่ต้องเชื่อม Strategy, Governance และการลงทุนให้สอดคล้องกัน
- องค์กรที่เริ่มใช้ AI และ Automation อย่างจริงจังและต้องการกรอบการทำงานที่ช่วยควบคุมความเสี่ยง พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่วัดคุณค่าได้จริง
สิ่งใดที่ยังคงเดิม และต่อยอดจาก ITIL เวอร์ชันก่อนหน้า?
แม้ ITIL (Version 5) จะถูกปรับให้ทันสมัย แต่แก่นสำคัญจาก ITIL (Version 3) หรือ ITIL (Version 4) ยังคงอยู่ครบถ้วน
- Best Practices เพื่อการสร้างคุณค่า
- บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบที่ชัดเจน
- Continual Improvement
- Service Value System และ Governance
ผู้ที่มีพื้นฐาน ITIL® มาก่อน สามารถต่อยอดสู่ ITIL (Version 5) ได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่
สรุป
ในโลกที่ IT, Digital และ AI กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “ระบบสนับสนุน” มาเป็นกลไกหลักของการขับเคลื่อนธุรกิจ องค์กรจึงต้องการมากกว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ต้องมีกรอบการทำงานที่ช่วยจัดทิศทางการตัดสินใจ การลงทุน และการทำงานของทีมให้ไปในภาพเดียวกัน ITIL (Version 5) ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ ไม่เพียงช่วยยกระดับทักษะของบุคลากรด้าน IT และ Digital แต่ยังช่วยวางรากฐานด้าน IT Service Management, Governance และการบริหารการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กรอย่างเป็นระบบ
ไม่ว่าจะเป็น
- การพัฒนาทักษะรายบุคคลเพื่อเติบโตในสายอาชีพ
- การยกระดับทีม IT / Digital ให้ทำงานสอดประสานกันมากขึ้น
- หรือการเตรียมองค์กรให้พร้อมรับ AI, Automation และความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
การเริ่มต้นทำความเข้าใจ ITIL (Version 5) วันนี้ คือการลงทุนที่ช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนความซับซ้อนของเทคโนโลยีให้กลายเป็นคุณค่าที่จับต้องได้ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
สนใจอบรมหลักสูตรพร้อมสอบใบรับรอง ITIL® ที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งนอกจากทักษะและความรู้จากหลักสูตรที่คุณจะได้รับแล้ว คุณยังจะได้รับในส่วนของ Training Materials / Exam Tutorials & Voucher / Letter of Course Attendance รวมถึงบริการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อแนะนำหลักสูตรที่เหมาะสม พร้อมให้คำปรึกษาดีๆ ตลอดเส้นทางการเรียนรู้ที่จะช่วยให้คุณก้าวไปสู่การเป็น ITIL® Master ที่ประสบความสำเร็จ ก้าวหน้า พร้อมรับโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ในสายงาน IT Service มากยิ่งขึ้น
Line: https://lin.ee/lprR4Xa
Email: sales@trainingcenter.co.th
ITIL® is a registered trademark of the PeopleCert group. Used under licence from PeopleCert. All rights reserved.

