Blogs

Information Operations (IO) คืออะไร? เมื่อข้อมูลถูกเปลี่ยนให้เป็นอาวุธ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความ: Google รายงานภัยคุกคามสมัยใหม่ เมื่อเอไอถูกใช้เพื่อ Cyberattack

 

ในโลกยุคปัจจุบัน หนึ่งในสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุดคือ “ข้อมูล” จากความสามารถในการควบคุมความคิดเห็น, โน้มน้าวการตัดสินใจ ตลอดจนกระตุ้นการกระทำและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่การตัดสินใจทั่วไป อาทิ การซื้อสินค้า หรือการเลือกใช้บริการ ไปจนถึงการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในสังคมในวงกว้าง จึงกล่าวได้ว่า ชีวิตของเราขึ้นอยู่กับการเข้าถึงข้อมูลทั้งสิ้น

 

 

การเข้าถึงข้อมูลยังถือเป็นดาบสองคม ขึ้นอยู่กับผู้ที่สามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลนั้น ๆ ส่งผลให้ทั้งหน่วยงานรัฐ, ผู้ให้บริการเว็บไซต์, ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย, รวมไปถึงอาชญากรไซเบอร์ ต่างต้องการเป็นผู้ควบคุมข้อมูลนี้ จึงเกิดการใช้งานกลยุทธเพื่อควบคุมข้อมูล อาทิ การสร้างความสับสน การบั่นทอนความน่าเชื่อถือ และการเผยแพร่ข่าวปลอม กลายเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในยุคดิจิทัลปัจจุบัน


Information Operations (IO) คืออะไร?

Information Operations (ภาษาไทย: ปฏิบัติการข่าวสาร) หมายถึงการต่อสู้ด้วยข้อมูล มักมีวัตถุประสงค์เพื่อขัดขวาง บ่อนทำลาย หรือปลุกปั่นการตัดสินใจ ให้ผลลัพธ์เป็นไปตามความต้องการ การโจมตี IO ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และได้รับความนิยมมากขึ้นจากความแพร่หลายของอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้การโจมตี IO มีผลลัพธ์เป็นอย่างดี

 

การโจมตี IO สามารถทำได้หลากหลายวิธีและมักใช้งานผสมผสานกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ทั้งการสร้างข่าวปลอม เพื่อชี้นำให้เกิดความสับสน การปกปิดข้อมูลเพื่อบดบังความเป็นจริง การบิดเบือนข่าวสารเพื่อให้ผู้คนเข้าใจผิด การปลุกปั่นจิตวิทยามวลชนเพื่อโน้มน้าวความคิดเห็น ตลอดจนการจารกรรมไซเบอร์ เพื่อขโมยข้อมูลขององค์กร เมื่อวิธีการเหล่านี้ถูกนำมาใช้ร่วมกัน อาจสร้างความเสียหายให้กับบุคคล องค์กร หรือทั้งสังคมได้อย่างมหาศาล

 

แม้ว่าการโจมตี IO มักถูกผูกกับวัตถุประสงค์ทางการเมืองอยู่บ่อย ๆ แต่การโจมตีนี้ก็เกิดกับภาคธุรกิจได้เช่นกัน องค์กรของคุณมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเป้าหมายของผู้ไม่หวังดีอยู่เสมอ ผ่านการทำลายเสถียรภาพขององค์กร ชักจูงความคิดเห็นของสาธารณชน ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงขององค์กร ซึ่งมีผลต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว


การโจมตี IO มีวัตถุประสงค์อะไรบ้าง?

  • ชักจูงความคิดเห็นของสาธารณชน: เพื่อเปลี่ยนแปลงมุมมองของสังคมต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในทางที่เป็นประโยชน์ต่อผู้โจมตี
  • ทำลายเสถียรภาพของตลาด: การสร้างข่าวปลอมมักใช้เพื่อกระตุ้นความตื่นตระหนก ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือขององค์กรหรือหน่วยงานภาครัฐลดลง
  • ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจ: ข่าวปลอมที่มีความแนบเนียนอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจ ทำให้เกิดความผิดพลาด ซึ่งเกิดได้กับทั้งประชาชน องค์กร หรือหน่วยงานภาครัฐ
  • ทำลายความน่าเชื่อถือ: การเผยแพร่ข้อมูลเท็จได้ผลอย่างมากในยุคโซเชียลมีเดีย ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสังคมในวงกว้าง
  • ความพึงพอใจส่วนตัว: การสร้างข่าวปลอมหลาย ๆ ครั้ง มักเกิดจากความคึกคะนองส่วนบุคคล โดยเฉพาะในยุคโซเชียลมีเดีย การเสพสื่อทำได้ง่ายและรวดเร็ว ส่งผลให้ความฉุกคิดลดลง

 

การโจมตี IO อาจมีวัตถุประสงค์หลากหลาย และมักมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่เสมอ โดยอาจเป็นทางด้านการเงิน อำนาจทางการเมือง การสร้างอิทธิพล หรือการเน้นย้ำในความเชื่อ ทั้งนี้ การโจมตี IO มีความอันตรายอย่างมาก จากความเสียหายในวงกว้าง พร้อมกับผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ และความมั่นคงขององค์กรและสังคม


การโจมตี IO ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจอย่างไร?

  • ความน่าเชื่อถือที่ลดลง: การแพร่ข่าวปลอมส่งผลให้ความเชื่อถือในองค์กรและภาครัฐลดลง ทำให้เกิดความสับสนในสังคม ส่งผลให้องค์กรนั้นมีคุณค่าน้อยลง
  • การบิดเบือนผ่านโซเชียลมีเดีย: อัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียอาจเอนเอียงจากการกระทำของผู้ไม่หวังดี ทำให้การเผยแพร่ข่าวปลอมทำได้อย่างรวดเร็ว
  • การจารกรรมข้อมูล: ผู้ไม่หวังดีอาจก่ออาชญากรรมไซเบอร์เพื่อขโมยข้อมูลขององค์กร อาทิ ความลับทางการค้า หรือฐานข้อมูลผู้ใช้งาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก
  • ภัยคุกคามต่อระบบสาธารณูปโภค: ในสภาวะสงคราม รัฐบาลอาจมีการทำ IO โดยมุ่งเป้าไปที่ระบบพื้นฐาน อาทิ ข่าวปลอมเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ส่งผลให้ประชาชนหวาดกลัวและต่อต้านการสร้างดังกล่าว
  • ความเสียหายต่อธุรกิจ: การสร้างข่าวลวง และการปั่นหุ้นส่งผลให้องค์กรต้องเผชิญกับความสูญเสีย ทั้งด้านการเงิน ชื่อเสียง ตลอดจนคดีความในชั้นศาล ซึ่งล้วนเป็นผลเสียในระยะยาว

เราจะรับมือกับการโจมตี IO ได้อย่างไรบ้าง?

  • ส่งเสริมความตระหนักรู้: ฝึกหัดวิจารณญาณในการเสพสื่อ สอนบุคลากรให้เรียนรู้วิธีการสืบหาแหล่งข้อมูล เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากร
  • เลือกใช้นโยบายความปลอดภัยที่เหมาะสม: การใช้ระบบป้องกันที่แน่นหนา และการตรวจสอบระบบสม่ำเสมอ จะช่วยให้องค์กรมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
  • การเฝ้าระวัง: บุคลากรและองค์กรควรมีความตระหนักรู้ในการใช้งานโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะกับข้อมูลส่วนตัว ผ่านการเฝ้าระวัง ซึ่งจะช่วยให้การควบคุมสถานการณ์ทำได้อย่างรวดเร็ว
  • การสื่อสารอย่างชัดเจน: นโยบายการสื่อสารที่โปร่งใสจะช่วยลดความเสี่ยงจากการบิดเบือนข้อมูล องค์กรจะได้รับความไว้วางใจจากประชากรยิ่งขึ้น
  • การใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ: เว็บไซต์ข่าวหลายแห่งมีแหล่งตรวจจับข่าวปลอม และยังมีเครื่องมือเอไอ ที่สามารถใช้เพื่อตรวจสอบภาพถ่ายหรือข้อมูลต่าง ๆ 

 

นอกเหนือจากวิธีการที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจในโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย การพัฒนาบุคลากรด้านความปลอดภัยไซเบอร์มีความสำคัญไม่แพ้กัน องค์กรทั้งหลายจึงให้ความไว้วางใจกับ Network Training Center (NTC) ผู้เป็นตัวแทนการอบรมหลักสูตร Cybersecurity ระดับโลกอย่างเป็นทางการ พร้อมให้บริการจัดอบรมหลักสูตรและออกใบรับรองทักษะจากองค์กรชั้นนำ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า บุคลากรที่ผ่านการเรียนรู้กับเราจะสามารถช่วยคุณปกป้ององค์กรได้จริง


ปกป้ององค์กรของคุณด้วยการฝึกอบรมจาก NTC

NTC เข้าใจดีว่าการปกป้ององค์กรของคุณให้ปลอดภัย ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ, การวางนโยบายที่ดี, และการฝึกอบรมทักษะของบุคลากร ให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ส่งผลให้เราคัดเลือกเฉพาะหลักสูตรชั้นนำ พร้อมปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการของแต่ละองค์กร และมีความรู้ที่ตรงกับมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยหลักสูตร Cybersecurity มีดังนี้:

 

ชื่อหลักสูตร

ระยะเวลา
(วัน)

ตัวอย่างเนื้อหา
CompTIA Security+ 5 การวิเคราะห์นโยบายความปลอดภัย, การกำหนดสิทธิ์เข้าถึง, มาตรการตอบสนองต่อเหตุการณ์, ความปลอดภัยในคลาวด์
CompTIA Pentest+ 5 การทดสอบการเจาะระบบ, การสืบหาภัยคุกคาม, การค้นหาช่องโหว่, เทคนิคการใช้ช่องโหว่, การทำวิศวกรรมสังคม
EC-Council CHFI 5 นิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลขั้นพื้นฐาน, กระบวนการสืบหา, การรวบรวมหลักฐานและข้อมูล, การจัดทำรายงาน
EC-Council CCSE 5 แนวคิดด้านความปลอดภัยขั้นสูง, ความปลอดภัยในระบบคลาวด์, Endpoint Security, ความต่อเนื่องทางธุรกิจ, การกู้คืนจากภัยพิบัติ
EC-Council CPENT 5 การทดสอบเจาะระบบขั้นสูง, การทดสอบระบบความปลอดภัย, การทำวิศวกรรมสังคม, การเข้าถึงข้อมูลในช่วงวิกฤต, การแฮ็กเชิงจริยธรรม
Threat Hunting 3 เทคนิคการค้นหาภัยคุกคาม, การตรวจสอบทราฟฟิกเครือข่าย, การสืบค้นการโจมตีไซเบอร์, การตอบสนองต่อเหตุการณ์โจมตี
Malware Forensics 3 เทคนิคการวิเคราะห์มัลแวร์, การพัฒนาเครื่องมือส่วนบุคคล, การวิศวกรรมย้อนกลับ, การสืบสวนนิติเวชขั้นสูง
Fundamental Information Security 2 พื้นฐานความปลอดภัยข้อมูล, การฟื้นตัวจากผลกระทบ, ประเภทและรูปแบบของภัยคุกคามไซเบอร์ที่พบได้บ่อย
Users Security Awareness 1 ความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย, การใช้งานคอมพิวเตอร์, การกำหนดค่าไฟร์วอลล์, ความปลอดภัยของอุปกรณ์ส่วนตัว

 

หลักสูตรของเรามุ่งเน้นการปรับใช้ในสถานการณ์จริง ผ่านการใช้เครื่องมือและทักษะที่ตรงกับมาตรฐานอุตสาหกรรม ช่วยให้บุคคลและองค์กรสามารถสร้างระบบป้องกันที่แข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับการโจมตีไซเบอร์ที่ใช้เอไอร่วมด้วย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือเป็นเพียงผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านความปลอดภัยไซเบอร์ NTC ก็พร้อมเหลือคุณให้เติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน

 

อย่ารอช้าจนตกเป็นเหยื่อ! – ลงทะเบียนกับเราวันนี้!

ขอคำปรึกษาหลักสูตรได้ฟรี!

 

โทร: 083-779-7732

Email: sales@trainingcenter.co.th

Line: https://lin.ee/lprR4Xa


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

อ่าน: Google รายงานภัยคุกคามสมัยใหม่ เมื่อเอไอถูกใช้เพื่อ Cyberattack