PROMOTION

CHFI – Computer Hacking Forensic Investigator Training

 

เมื่อ Alert ถูกปิดลง ระบบไม่พบความผิดปกติเพิ่มเติม และผู้ใช้กลับมาทำงานได้ เหตุการณ์อาจดูเหมือนจบลงแล้ว

แต่การนำไฟล์ที่ตรวจพบออกจากเครื่อง ยังไม่ได้หมายความว่า ร่องรอยและผลกระทบของเหตุการณ์จะหายไปทั้งหมด

สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ ก่อนถูกตรวจพบ มัลแวร์เข้าสู่ระบบผ่านช่องทางใด ทำงานอยู่ในระบบนานเท่าไร และทิ้งร่องรอยอะไรไว้เบื้องหลังบ้าง 

เมื่อระบบ Security แจ้งเตือนว่าพบมัลแวร์ในเครื่องพนักงาน ทีมงานอาจมีข้อมูลอยู่ตรงหน้าหลายอย่าง ทั้งชื่อไฟล์ ตำแหน่งที่พบ ระดับความรุนแรง และเวลาที่ระบบตรวจจับได้ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมเริ่มควบคุมสถานการณ์ได้เร็วขึ้น เช่น แยกเครื่องออกจาก Network นำไฟล์ต้องสงสัยออก และสแกนซ้ำเพื่อดูว่ายังมีความผิดปกติหลงเหลืออยู่หรือไม่ แต่ในมุมของ “Digital Forensics” การนำไฟล์อันตรายออกจากเครื่องยังไม่ได้อธิบายว่า เหตุการณ์เริ่มต้นจากจุดใด มีการทำงานอะไรเกิดขึ้นไปแล้ว หรือผลกระทบหยุดอยู่เพียงเครื่องเดียวจริงหรือไม่

ตรงนี้เองที่เริ่มเห็นความต่างชัดขึ้นว่า การควบคุมเหตุการณ์เบื้องต้น กับการสืบสวนย้อนหลังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เป็นทักษะคนละชุดกัน

สำหรับทีมที่มีพื้นฐานในการอ่าน Alert และควบคุมเหตุการณ์เบื้องต้นอยู่แล้ว ทักษะที่สามารถพัฒนาต่อได้ คือการนำข้อมูลจากไฟล์ ระบบ และ Network มาเชื่อมโยงเป็นลำดับเหตุการณ์เดียวกัน Alert อาจบอกว่าพบไฟล์อะไร แต่ไม่ได้อธิบายเสมอไปว่าไฟล์นั้นเข้าสู่ระบบผ่านเอกสารแนบ อุปกรณ์ภายนอก หรือเว็บไซต์ใด รวมถึงถูกดาวน์โหลด สร้าง หรือเรียกใช้งานโดย Process ใดบ้าง ระบบอาจพบว่าเครื่องมีการเชื่อมต่อออกไปภายนอก แต่ผู้ตรวจสอบยังต้องดูต่อว่าเป็นการใช้งานตามปกติ การดาวน์โหลดไฟล์เพิ่มเติม หรือการติดต่อกับระบบที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

แม้แต่เอกสารที่ดูคุ้นเคยอย่าง Invoice, Resume หรือไฟล์ที่ส่งต่อกันภายในทีม ก็อาจต้องตรวจสอบลึกกว่าชื่อไฟล์และนามสกุล เพื่อดูว่ามี Macro, Script, Embedded Object หรือลิงก์ที่กระตุ้นการทำงานบางอย่างซ่อนอยู่หรือไม่

งาน Malware Forensics จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การดูว่ามัลแวร์ชื่ออะไร แต่เป็นการอ่านร่องรอยที่กระจายอยู่หลายจุด แล้วค่อยๆ ประกอบกลับมาเป็นภาพเดียวกัน ผู้ตรวจสอบอาจเริ่มจาก Static Malware Analysis เพื่อศึกษาโครงสร้าง Strings, Libraries, Functions และองค์ประกอบที่น่าสงสัยภายในไฟล์โดยยังไม่เปิดให้ทำงาน จากนั้นจึงทำ Dynamic Malware Analysis ภายในสภาพแวดล้อมที่ควบคุม เช่น Sandbox เพื่อสังเกตพฤติกรรมและนำผลที่ได้มาเชื่อมโยงกับร่องรอยบนระบบจริง

เมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาเรียงตามเวลา ภาพที่เคยกระจัดกระจายจะเริ่มต่อกันเป็นเส้นทาง ตัวอย่างเช่น ไฟล์เอกสารถูกเปิดขึ้น ก่อนที่ Process ที่ไม่คุ้นเคยจะเริ่มทำงาน จากนั้นอาจมีไฟล์ใหม่ถูกสร้างขึ้น มีการแก้ไขค่า Registry เพื่อสร้างกลไก Persistence และตามมาด้วยการเชื่อมต่อไปยัง Domain หรือ Server ภายนอกที่ไม่เคยพบมาก่อน แต่ละเหตุการณ์อาจดูเล็กน้อยเมื่อมองแยกกัน แต่เมื่อวางไว้บน Timeline เดียวกัน ร่องรอยเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ตรวจสอบเห็นว่า เหตุการณ์เริ่มต้นจากจุดใด มัลแวร์พยายามฝังตัวอย่างไร และมีพฤติกรรมใดเกิดขึ้นต่อจากนั้น

ตรงนี้คือความต่างระหว่างการรู้ว่า “พบมัลแวร์” กับการอธิบายได้ว่า “มัลแวร์ตัวนั้นทำอะไรลงไปแล้วบ้าง”

สำหรับ Ransomware ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญ เพราะการพบว่าไฟล์ถูกเข้ารหัสเป็นเพียงสิ่งที่เห็นในปลายเหตุ ผู้ตรวจสอบยังต้องย้อนกลับไปดูว่าเหตุการณ์เริ่มจากจุดใด ใช้บัญชีใด เข้าถึงไฟล์หรือเครื่องใดบ้าง และมีข้อมูลส่วนไหนที่อาจได้รับผลกระทบ การสืบสวนที่เป็นระบบจึงต้องอาศัยทั้งการตั้งสมมติฐาน การเก็บรักษาหลักฐานอย่างถูกวิธี การวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง และการสรุปผลโดยไม่ข้ามขั้นตอนสำคัญ

ทักษะด้าน Digital Forensics ช่วยให้ทีมตรวจสอบได้ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร กระทบส่วนใด และมีหลักฐานอะไรยืนยัน พร้อมเรียบเรียงข้อมูลเป็น Timeline ที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ ผลจากการสืบสวนยังสามารถนำไปใช้ปรับ Detection Rule อุดช่องว่างในกระบวนการป้องกัน และวางแนวทางเก็บรักษา Digital Evidence ให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบเหตุการณ์ในอนาคต

นี่คือแนวคิดของ Forensic Readiness หรือความพร้อมด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล ซึ่งช่วยให้องค์กรเตรียมกระบวนการ บุคลากร และแนวทางจัดเก็บหลักฐานให้พร้อมต่อการตรวจสอบ ลดโอกาสที่ทีมจะต้องเริ่มค้นหาและรวบรวมข้อมูลใหม่จากศูนย์ทุกครั้งที่เกิดเหตุ

หลักสูตร Computer Hacking Forensic Investigator หรือ CHFI จึงลงลึกกว่าการเรียนรู้วิธีรับมือ Threat

  • โดยครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการสืบสวน
  • การเก็บและรักษาหลักฐาน
  • การวิเคราะห์ข้อมูล
  • ไปจนถึงการรายงานผลอย่างเป็นระบบ

เนื้อหาของหลักสูตรพาผู้เรียน

  • มองการสืบสวนแบบเชื่อมโยงกัน
  • ตั้งแต่การวางกระบวนการตรวจสอบและเก็บหลักฐานอย่างถูกวิธี
  • ไปจนถึงการวิเคราะห์ร่องรอยจาก Windows, Linux, macOS และ Network

ผู้เรียนยังได้ต่อยอดไปสู่เหตุการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การโจมตีผ่านเว็บไซต์ อีเมล ฐานข้อมูล Cloud, Mobile และ IoT รวมถึงการตรวจสอบมัลแวร์ทั้งในมุมของโครงสร้างไฟล์และพฤติกรรมขณะทำงาน ผ่าน Static และ Dynamic Malware Analysis

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการรู้จักเครื่องมือหรือแยกวิเคราะห์หลักฐานแต่ละประเภท แต่คือการนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาเชื่อมโยง เพื่ออธิบายว่าเหตุการณ์เริ่มต้นอย่างไร มีพฤติกรรมใดเกิดขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อส่วนใดบ้าง

อีกส่วนที่ช่วยให้ความรู้ด้านนี้มีกรอบอ้างอิงชัดขึ้น คือใบรับรอง CHFI จาก EC-Council ซึ่งมุ่งเน้นความรู้ด้าน Computer Forensics, Digital Evidence และกระบวนการสืบสวนทางดิจิทัลอย่างเป็นระบบ

ใบรับรองนี้สะท้อนว่า ผู้สอบผ่านการประเมินความรู้ตามขอบเขตของ CHFI ซึ่งครอบคลุมกระบวนการตรวจพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล การรวบรวมและรักษาหลักฐาน Chain of Custody การวิเคราะห์หลักฐานจากระบบ Network, Malware และสภาพแวดล้อมดิจิทัลรูปแบบต่างๆ รวมถึงการจัดทำรายงานผลการสืบสวน 

ในมุมของผู้เรียน CHFI

  • ช่วยสะท้อนขอบเขตความรู้ด้าน Digital Forensics
  • และการสืบสวนหลักฐานดิจิทัล
  • โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการต่อยอดไปสู่งาน Digital Forensics, DFIR, Incident Response, SOC, Cybercrime Investigation
  • หรืองาน Security ที่ต้องวิเคราะห์เหตุการณ์ย้อนหลังจากหลักฐานหลายแหล่ง

สำหรับองค์กร

  • ใบรับรองสามารถใช้เป็นหนึ่งในข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า บุคลากรมีพื้นฐานด้าน Forensics ตามขอบเขตเดียวกันหรือไม่
  • รวมถึงช่วยวาง Skill Development Plan ให้ทีมที่รับผิดชอบด้าน Incident Investigation และ Evidence Handling ได้ชัดเจนขึ้น


อย่างไรก็ตาม Certification ไม่ได้ทดแทนประสบการณ์จริง จึงควรพัฒนาควบคู่กับการฝึกวิเคราะห์ การทำ Lab และความสามารถในการนำกระบวนการ Forensics ไปใช้กับสถานการณ์หน้างาน

ผู้เรียนจะได้พัฒนากระบวนการสืบสวน การวิเคราะห์ และการตรวจสอบหลักฐานดิจิทัล เพื่อนำไปต่อยอดกับงาน Digital Forensics, Incident Response และ Security Operations 
เมื่อทีมสามารถเชื่อมโยงหลักฐานได้อย่างเป็นระบบ ข้อมูลจากการสืบสวนจะช่วยให้ประเมินขอบเขตของ Incident ปรับปรุง Detection Rule และเตรียมรับมือเหตุการณ์ครั้งต่อไปได้ชัดเจนขึ้น

องค์กรที่ต้องการวาง Training Roadmap ให้เหมาะกับพื้นฐาน บทบาท และเป้าหมายของทีม สามารถปรึกษาทีม NTC เพื่อช่วยแนะนำลำดับการเรียนและหลักสูตรที่เหมาะสมได้ที่ @NTC-LINE

 

 COURSE  SCHEDULE LIST PRICE(THB)
ไม่รวม VAT7%
REGISTER
  Computer Hacking Forensic Investigator (CHFI) 5-9 Oct 26 56,250
ไม่รวม VAT7%

 

 

 

 

 

Add LINE for Get 5% Discount ontop
LINE ID: @NTC-LINE